วิถีชีวิตหมุนรอบนคร

posted on 06 Oct 2009 11:39 by directdemocracy

 

ปัจจัยเรื่องขนาดพื้นที่และจำนวนประชากร รวมถึงบริบทความสลับซับซ้อนทางสังคม นับเป็นประเด็นหลักที่นักวิชาการจำนวนหนึ่งหยิบยกมาเป็นเหตุผลอธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง “ประชาธิปไตยทางตรงแบบโบราณ” กับ “ประชาธิปไตยแบบตัวแทนในยุคสมัยใหม่”

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำอธิบายในทำนองที่ว่า ประชาธิปไตยทางตรงแบบโบราณเป็นไปได้ในทางปฏิบัติก็เพราะนครรัฐกรีกโบราณอย่างเอเธนส์นั้น มีขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรไม่มากนัก ในขณะที่บริบทสังคมสมัยใหม่รัฐมีขนาดพื้นที่ใหญ่โตกว่ามากมาย มีจำนวนประชากรมากกว่า และสภาพสังคมสลับซับซ้อนกว่า จึงส่งผลให้ประชาธิปไตยในสังคมสมัยใหม่จำเป็นต้องใช้ระบบตัวแทน

 

แต่ในทรรศนะของนักวิชาการผู้ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองเอเธนส์โบราณบางท่านกลับเห็นว่า แม้ปัจจัยด้านขนาดพื้นที่ซึ่งเป็นนครรัฐขนาดเล็ก จะช่วยให้การมาร่วมพบปะในการประชุมหารือเพื่อตัดสินใจทางการเมืองของพลเมืองเอเธนส์ในสภาประชาชน (People’s Assembly) เป็นไปได้ และทำให้ชาวเอเธนส์ไม่จำเป็นต้องคิดถึงการมีระบบตัวแทนทางการเมือง (political representation) แต่กระนั้นสังคมเอเธนส์ก็มิใช่สังคมที่พลเมืองเข้ามาพบปะพูดคุยเห็นหน้าค่าตากันทั่วถึงทุกคน (face-to-face society) อย่างที่หลายคนเข้าใจ

 

เพราะถึงแม้คนเรือนหมื่นจะเข้ามารวมตัวกันในสภาประชาชนได้จริง แต่ที่ประชุมที่มีสมาชิกนับหมื่นคนก็มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะสามารถพูดคุยถกเถียงระหว่างกันได้รู้เรื่องและทั่วถึงทุกคน ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ทำให้เอเธนส์มีลักษณะเป็นชุมชนทางการเมืองที่พลเมืองสามารถเข้าร่วมในกระบวนการปกครองตนเองได้ ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า ในจำนวนพลเมืองที่มีสิทธิทางการเมืองในเอเธนส์ทั้งหมดราว 30,000 คนนั้น มีคนเพียงราว 6,000 คนเท่านั้นที่เข้าไปทำหน้าที่ใช้อำนาจทางการเมืองการปกครองในสภาประชาชนและศาลประชาชน ดังนั้น การตัดสินใจในการบริหารกิจการบ้านเมืองแต่ละเรื่องมิได้เกิดจากการอภิปรายโต้แย้งถกเถียงและลงมติของพลเมืองทั้ง 30,000 คนในเอเธนส์แต่อย่างใด 

 

สำหรับปัจจัยที่ช่วยให้การดึงผู้คนเข้ามาร่วมมีบทบาทในการใช้อำนาจทางการเมืองการปกครองโดยตรงภายในสภาประชาชนและในศาลประชาชนเป็นไปได้นั้น อาจสรุปได้ว่าเป็นผลมาจากปัจจัยสำคัญใน 3 ประการ กล่าวคือ

 

ประการแรก บรรดาพลเมืองเอเธนส์ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านแถบชนบทรอบนอกเขตนคร มักจะเป็นผู้ที่มีวิถีชีวิตประจำวันคุ้นเคยกับการเดินทางไกลเข้าสู่ตัวนคร ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้าหรืออาศัยลาเป็นพาหนะ เพราะพวกเขาต้องนำสินค้าผลผลิตการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ ไวน์ และโอลีฟ เป็นต้น มาขายในตลาดกลางของนคร และซื้อหาข้าวปลาอาหารสำหรับครอบครัวในแต่ละวันกลับไป คนกลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่มาจากแถบ Attica และมีฐานะค่อนข้างยากจน และด้วยเหตุที่ต้องเดินทางเข้ามาทำมาหากินในตัวนครเป็นวิถีชีวิตปกติ คนเหล่านี้จึงเป็นพวกที่มีความกระตือรือร้นสนใจในเรื่องราวความเป็นไปในแต่ละวันที่เกิดขึ้น และมีบทบาทแข็งขันในกิจกรรมทางการเมืองของนคร  

 

ประการที่สอง พลเมืองเอเธนส์จำนวนไม่น้อยกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง เช่น การเข้าร่วมประชุมในสภาประชาชน เป็นต้น ก็เพราะผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินค่าตอบแทนชดเชยเวลาการทำงานหารายได้ที่เสียไป หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “เบี้ยประชุม” นั่นเอง ซึ่งการได้รับเงินค่าตอบแทนการร่วมทำกิจกรรมสาธารณะดังกล่าว ถือเป็นสิทธิของพลเมืองทุกคน ดังนั้น การได้รับเงินค่าตอบแทนการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองจึงมีส่วนสำคัญต่อการดึงผู้คนจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่ยากจนให้สมัครใจเข้ามาร่วมในกระบวนการทางการเมืองการปกครอง

 

ประการที่สาม เนื่องจากตัวนครเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตทางสังคมและวัฒนธรรมของชาวเอเธนส์ จึงส่งผลให้ผู้คนจากทุกพื้นที่ต้องมารวมตัวกันภายในตัวเมืองเป็นวิถีปกติ ดังจะเห็นได้ว่า บรรดางานเทศกาล ประเพณี พิธีกรรมทางศาสนา มหกรรมดนตรีและการแข่งขันกีฬา ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในเขตเมือง การต้องมาร่วมกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมในสถานที่เดียวกันเป็นประจำ จึงมีส่วนช่วยให้การระดมผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองการปกครองโดยตรงเป็นไปได้ง่าย

 

สรุปคือ นอกเหนือจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์และประชากรแล้ว ปัจจัยด้านบริบทสังคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ยังมีส่วนสำคัญต่อการทำความเข้าใจเงื่อนไขการดำรงอยู่ของระบอบประชาธิปไตยเอเธนส์เมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปีที่แล้วอีกด้วย คำถามก็คือ ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ ชาวเอเธนส์สร้างสถาบันทางการเมืองการปกครองของตนเองขึ้นมาอย่างไร? 

Comment

Comment:

Tweet

In my conception <a href="http://essaysexperts.com/">papers service</a>offers predominant help to students at all levels. This site organization has been miraculousresource for me. I have manage this database to find sample essay papersfor all of the courses I have taken still, and what talentedtone to see how otherpupils have proceed all of these issues. I have gotten impressivegrades on all my essays.What the satisfactory resource for all students!

#4 By MeganKIM31 (91.201.66.6) on 2010-08-19 00:05

จริงๆ มาอ่านอีกที ก็นึกขึ้นได้นะคะ การจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญเนี่ย ถ้าทำประชามติ ก็คงแย่เหมือนกันเพราะมีไม่กี่คนที่เคย "อ่าน" รัฐธรรมนูญ แถมมีคนน้อยมากที่เข้าใจ จะให้ตัดสินว่าจะแก้ไม่แก้ หรือฉบับไหนดีกว่ากัน เนี่ย มันก็พูดยากจริงๆค่ะ คุณ DD คิดว่าอย่างไรบ้างคะ

#3 By Praab on 2009-10-17 16:15

big smile

#2 By DD on 2009-10-09 11:17

มีสาระจริงๆค่ะ ขอบคุณๆๆ

#1 By Praab on 2009-10-09 08:15