พลเมือง คนต่างด้าว และทาส

posted on 22 Sep 2009 00:27 by directdemocracy

    

     นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การปกครองเอเธนส์โบราณ อธิบายว่า การจัดจำแนกกลุ่มประชากรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ พลเมือง คนต่างด้าว และทาสนั้น มีลักษณะเป็นการจัดกลุ่มคนบนฐานของการจัด “ระบบระเบียบทางการปกครอง” (orders) มากกว่าจะเป็นการจัดกลุ่มคนบนฐานของ “ชนชั้นทางสังคม” (classes)

     กล่าวคือ การจัดจำแนกกลุ่มคนในนครรัฐเอเธนส์นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการระบุสถานะทางกฎหมาย (legal status) ของประชากรที่อยู่อาศัยร่วมกันในนครเป็นสำคัญ โดยคนแต่ละกลุ่มจะได้รับสิทธิทางกฎหมายจากรัฐแตกต่างกัน

     ตัวอย่างเช่น แม้ชายชาวเอเธนส์สามารถเลือกที่จะแต่งงานกับภรรยาที่เป็นชาวต่างด้าวซึ่งเป็นประชากรคนละกลุ่มกับตนเองได้ แต่กฎหมายมีข้อกำหนดว่าบุคคลที่จะได้รับสิทธิความเป็นพลเมืองเอเธนส์นั้น ต้องเป็นบุตรที่เกิดจากบิดามารดาชาวเอเธนส์ซึ่งแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

     พลเมือง (citizen) จึงเป็นบุคคลที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีสิทธิพิเศษ (privileged order) มีสิทธิตามกฎหมายในการผูกขาดการถือครองที่ดิน และมีสิทธิใช้อำนาจทางการเมืองการปกครอง รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษอื่น ๆ เช่น ในช่วงวิกฤตขาดแคลนอาหาร พลเมืองจะได้รับสิทธิในการซื้อข้าวโพดหรืออาหารในราคาถูกหรือได้รับการแจกอาหารจากรัฐ รวมถึงได้รับเงินอุดหนุนค่าครองชีพยามเจ็บป่วยหรือพิการ เป็นต้น

     ในขณะที่กลุ่มคนต่างด้าว (metics) เป็นบุคคลที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีสิทธิต่ำกว่าพลเมือง (underprivileged order) มีเพียงเสรีภาพในการลงหลักปักฐานอยู่อาศัย ประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการค้า ช่างฝีมือ หรืองานบริการในนครรัฐ

     ส่วนกลุ่มทาส (slaves) เป็นบุคคลที่ไม่มีสิทธิอื่นใด (unprivileged order) นอกจากสิทธิในการหลุดพ้นจากโทษประหารชีวิตในกรณีที่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่ถึงกระนั้น การให้ทาสมีสิทธิดังกล่าวก็มิได้เป็นไปเพื่อปกป้องชีวิตของคนที่เป็นทาสเอง เท่ากับปกป้องทาสในฐานะทรัพย์สินของผู้เป็นนายทาส

     อย่างไรก็ตาม สถานะทางกฎหมายของบุคคลแต่ละกลุ่ม แม้จะเป็นคุณสมบัติโดยกำเนิด แต่มิได้ตายตัวหรือเปลี่ยนแปลงมิได้เสียทีเดียว เนื่องจากกฎหมายกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการเลื่อนลำดับชั้นสถานะของบุคคลได้ในหลายกรณี เช่น บุคคลที่เป็นทาสสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมามีสถานะเดียวกับคนต่างด้าวได้ ในกรณีที่จ่ายค่าไถ่ตัวจนได้รับการปลดปล่อยจากนายทาส

     ส่วนคนต่างด้าวก็สามารถเลื่อนขั้นขึ้นมามีสถานะเทียบเท่าพลเมืองได้ ในกรณีที่บุคคลผู้นั้นได้กระทำความดีความชอบแก่นคร และที่ประชุมสภาประชาชนเห็นพ้องกันลงมติออกข้อบัญญัติมอบสิทธิพลเมืองให้ (citizenship decree)

     (ถ้าจะลองเปรียบก็เช่น นายหม่อง ทองดี เป็นคนต่างด้าวในนครเอเธนส์ แล้วไปแข่งปาจรวดในเทศกาลโอลิมปิกจนได้รับชัยชนะเหนือผู้แข่งขันจากนครรัฐอื่น เมื่อกลับมาแล้ว สภาประชาชนก็มอบสิทธิพลเมืองให้แกเพื่อตอบแทนความดีความชอบ จากนั้นแกก็มีสิทธิพลเมืองตามกฎหมาย -- นี่ถ้ามีไทม์แมชชีนผมอยากเสนอให้อธิบดีกรมการปกครองของเราพาคณะข้าราชการเดินทางย้อนเวลาไปศึกษาดูงานเรื่องระบบประชากรในเอเธนส์เสียจริง ๆ)

     ในทางตรงกันข้าม พลเมืองอาจสูญเสียสถานะความเป็นพลเมืองที่มีมาแต่กำเนิดได้ ในกรณีที่กระทำความผิดร้ายแรงและถูกตัดสินลงโทษโดยการเพิกถอนสิทธิทางการเมือง หรือร้ายกว่านั้นคือถูกเนรเทศออกจากชุมชน (อันนี้ก็ชวนให้คิดถึงพลเมืองไทยบางคนที่เนรเทศตัวเองจากบ้านเกิดเมืองนอน)

     ในทำนองเดียวกัน บรรดาคนต่างด้าวก็อาจถูกลดสถานะทางกฎหมายลงได้เช่นกัน หากบุคคลผู้นั้นกระทำผิดกฎหมายและถูกตัดสินลงโทษริบทรัพย์สินหรือตัดสินให้ถูกขายเป็นทาส เป็นต้น

     เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิความเป็นพลเมืองดังกล่าว แม้จะเป็นปัจจัยที่ทำให้การปกครองซึ่งประชาชนพลเมืองเข้ามาร่วมกันใช้อำนาจการเมืองการปกครองด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากเช่นกัน

     คำถามก็คือ เมื่อคนในสังคมถูกแบ่งแยกเป็นกลุ่มชั้นอันแสดงถึงความไม่เสมอภาคเท่าเทียมกันแล้ว อะไรกันล่ะที่ถือกันว่าเป็นสารัตถะของ “ความเป็นประชาธิปไตย” ในเอเธนส์?

Comment

Comment:

Tweet